|
เทคนิคอลอินดิเคเตอร์
ในปัจจุบันเทคนิคอลอินดิเคเตอร์ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนทำให้มีอินดิเคเตอร์อยู่มากมาย อินดิเคเตอร์บางตัวก็ถูกนำมาใช้งานบ่อยๆ บางตัวก็ไม่เคยนำมาใช้งานเลย แต่โดยหลักแล้วอินดิเคเตอร์สามารถบ่งบอกบางสิ่งให้กับผู้ใช้งานได้ เช่น เป็นสัญญาณเพื่อแจ้งเตือนให้กับผู้ใช้งานได้ทราบว่าปัจจุบันราคาหุ้นได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เช่น
* การแจ้งเตือนให้ทราบว่าขณะนี้ได้มีการ Break ของราคาเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเบรคขึ้น/หรือเบรกลงของราคาก็จะเป็นการบ่งบอกให้ผู้ใช้งานเพิ่มความระมัดระวังหรือเป็นการแจ้งเตือนเพื่อจะต้องให้มีการตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างลงไป * เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการ ‘ยืนยัน’ สิ่งที่เกิดขึ้น โดยอินดิเคเตอร์หลายๆ ตัวได้ส่งสัญญาณไปในทางเดียวกัน
* ผู้ใช้งานบางท่านอาจนำอินดิเคเตอร์บางชนิดมาใช้เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนที่ของราคาหุ้นในอนาคต
ซึ่งอินดิเคเตอร์แต่ละแบบก็จะมีความเหมาะสมแตกต่างกันแต่ละสภาพตลาดอินดิเคเตอร์บางตัว สามารถส่งสัญญาณออกมาได้เร็ว ทำให้ผู้ใช้งานตัดสินใจได้อย่างทันท่วงที แต่ในบางครั้งอาจเสียโอกาสในการทำกำไร...ผิดกับอินดิเคเตอร์บางตัวที่กับส่งสัญญาณมาให้ผู้ใช้งานได้ทราบช้าเกินกว่าการเคลื่อนที่ของราคา ทำให้ในบางครั้งอาจขายหุ้นช้าไปจึงทำให้เกิดการขาดทุนเกิดขึ้น อินดิเคเตอร์ที่มักมีการนำมาใช้งานให้เห็นอยู่บ่อยๆ เช่น Moving averages, Moving Average Convergence-Divergence (MACD), Relative Strength Index (RSI), On-Balance Volume (OBV), Bollinger Bands (BB), Stochastics ฯลฯ
สำหรับผู้เริ่มต้นศึกษาการวิเคราะห์ทางเทคนิค ควรเริ่มต้นศึกษาจากการอ่านกราฟเบื้องต้น ซึ่งจะเป็นกราฟแท่งเทียนหรือกราฟแท่งก็ได้และพิจารณาการเคลื่อนที่ของราคาตามแนวโน้ม ทำความเข้าใจทิศทางของราคาตามแนวโน้มที่เกิดขึ้น ซึ่งสามารถเรียงลำดับความสำคัญในการศึกษาจากง่ายไปหายากได้ดังนี้
* ศึกษาการอ่านกราฟราคา
* ลักษณะของแนวโน้ม เช่น แนวโน้มขึ้น, แนวโน้มลง, แนวโน้มไซต์เวย์ (side ways) * การวาดเส้นเทรนไลน์ (Trendlines) * ศึกษาเรื่องแนวรับ/แนวต้านตามกรอบของระยะเวลาที่ให้ไว้ * กำหนดกรอบเวลาให้เหมาะสมกับสไตล์การลงทุนและเลือกอินดิเคเตอร์ให้เหมาะสมกับการนำไป ใช้งานและศึกษาอินดิเคเตอร์อื่นๆ เพิ่มเติม |