|
|
|
การวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคหมายความว่าอย่างไร? การวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นการศึกษาลักษณะการเคลื่อนที่ของตลาดโดยพิจารณาไปยังการเคลื่อนที่ของราคาที่ผ่านมาแล้ว เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนที่ของราคาในอนาคต ส่วนใหญ่จะอธิบายได้ด้วยรูปแบบของกราฟ ซึ่งนักวิเคราะห์จะทำการบันทึกรูปแบบกราฟ ประวัติของราคา ปริมาณการเคลื่อนที่ และพิจารณาเหตุผลจากรูปแบบที่ผ่านมา เพื่อทำการวิเคราะห์แนวโน้มของราคาที่น่าจะเป็นไปได้ในอนาคต การวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ถูกนำมาประยุกต์เพื่อใช้ในการคาดการณ์แนวโน้มของราคาหุ้น สินค้า คอมมอดิตี้ และสินค้าอื่นๆ โดยที่ราคาจะมีอิทธิพลต่อปริมาณของสินค้าที่มีอยู่ (ซัปพลาย) และความต้องการ สินค้านั้น (ดีมาน) ในช่วงระยะเวลาที่มีความสัมพันธ์กันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น หลักการพื้นฐานของการวิเคราะห์ทางเทคนิค หลักการที่ 1 ทุกสิ่งทุกอย่างถูกรวมและสะท้อนอยู่ภายในราคาตลาด (Everything is discounted and reflected in market prices) นักวิเคราะห์เชื่อว่าสิ่งที่รู้ทั้งหมดได้ถูกสะท้อนอยู่ในราคาปัจจุบันแล้ว ซึ่งราคาปัจจุบันได้สะท้อนปัจจัยของปริมาณสินค้าที่มีอยู่ (ซัปพลาย) และความต้องการของสินค้านั้น (ดีมาน) ที่มีความสัมพันธ์กันกับการซื้อขายหุ้น ณ เวลาใดๆ ที่ให้ไว้ (ราคาปัจจุบัน ในที่นี้หมายถึง ราคาตลาด) หลักการที่ 2 ราคาเคลื่อนที่อยู่ภายในแนวโน้มและแนวโน้มยังคงยืนยันที่จะดำเนินต่อไป (Prices move in trends and trends persist) ราคาที่มีการเคลื่อนที่เป็นผลสะท้อนมาจากการเปลี่ยนแปลงของปริมาณซัปพลายและดีมาน โดยที่ซัปพลายและดีมานจะเป็นตัวกำหนดความสมดุลของแนวโน้มในการเคลื่อนที่นั้น และแนวโน้มจะยังคงดำเนินต่อไปจนกว่าจะถึงจุดสิ้นสุด ถ้าราคาหุ้นมีการปรับตัวสูงขึ้นแล้ว ราคาหุ้นจะยังคงสูงขึ้นต่อไป จนกว่าจะมีการวกกลับลงของราคาอย่างชัดเจน ถ้าราคาหุ้นมีการปรับตัวลดต่ำลงแล้ว ราคาหุ้นจะยังคงลดต่ำลงต่อไป จนกว่าจะมีการวกกลับขึ้นของราคาอย่างชัดเจน * นักลงทุนสามารถศึกษาสัญญาณการวกกลับของแนวโน้มได้จากกราฟแท่งเทียน ซึ่งจะเป็นข้อได้เปรียบสำหรับผู้ลงทุนในการที่จะหา จุดซื้อ/จุดขาย ในเวลาและราคาที่ดี โดยอาศัยจังหวะการเข้าซื้อขายจากจุดกลับตัวของแนวโน้มดังกล่าว หลักการที่ 3 ตลาดมีการกระทำเป็นลักษณะของการทำซ้ำ (Market action is repetitive) พฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนและเทรดเดอร์จะสะท้อนผลของการกระทำออกมาให้เห็นได้ในราคาตลาด (สามารถพิจารณาได้จากรูปแบบของกราฟ) ซึ่งพฤติกรรมการลงทุนดังกล่าวจะมีแบบแผนและไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาสั้นๆ ความสำคัญของแบบแผนถูกนำมาอธิบายในระยะเวลาของความน่าจะเป็นของราคาในอนาคตที่มีการเคลื่อนที่ เพื่อคาดการณ์แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นได้ ถึงแม้นว่าจะมีความผิดพลาด แต่ก็ยังเป็นข้อได้เปรียบในการลงทุน |