• Decrease font size
  • Default font size
  • Increase font size
  • default color
  • color1 color
  • color2 color
  • color3 color

ทุกสิ่งทุกอย่างถูกรวมและสะท้อนอยู่ภายในราคาตลาด

"Ever thing is discounted and reflected in market prices"

ราคาเคลื่อนที่อยู่ภายในแนวโน้มและแนวโน้มยังคงยืนยันที่จะดำเนินต่อไป

"Prices move in trends and trends persist"

ตลาดมีการกระทำเป็นลักษณะของการทำซ้ำ

"Market action is repetitive"

The trend is your friend

คำกล่าวของ Wall Street adage

ไม่มีใครรู้จริงในตลาดหุ้น

เพราะเพียงหนึ่งในล้านที่มีโอกาสเกิดขึ้น...นั่นก็คือหนึ่งในล้านของความเสี่ยง...ที่ยังเป็นความไม่แน่นอนอยู่เสมอ

พิมพ์ อีเมล

ความสำคัญของกราฟแท่งเทียน 1

 

ราคาหุ้นตามราคาตลาดที่เกิดจากการซื้อขายในขณะนั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงราคาที่เหมาะสมที่ผู้ซื้อกับผู้ขายได้ตกลงซื้อขายกัน ซึ่งราคาหุ้นตามราคาตลาดอาจจะมีราคาแพงหรือถูกกว่า มูลค่าของบริษัทตามทฤษฏีหรือตามมูลค่าของกิจการ (เฉลี่ยต่อหุ้น) ทั้งนี้ราคาหุ้นตามราคาตลาด จะเกิดจาก Demand/Supply หรือก็คือแรงซื้อ/แรงขายจากเทรดเดอร์ที่ส่งคำสั่งซื้อขายเข้ามานั่นเอง

กรณีที่แรงขายมากกว่าแรงซื้อ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณให้กับเทรดเดอร์ท่านอื่นได้ทราบว่าในขณะนี้ราคาหุ้นมีโอกาสที่จะปรับตัวลดลงมากกว่าที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น

และในทำนองเดียวกัน กรณีที่แรงซื้อมากกว่าแรงขาย ก็จะเป็นการส่งสัญญาณให้กับเทรดเดอร์ท่านอื่นได้ทราบว่าในขณะนี้ราคาหุ้นมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าที่จะปรับตัวลดต่ำลง

 

สัญญาณซื้อขายที่เกิดขึ้นจะเกิดจากปริมาณคำสั่งซื้อ คำสั่งขายที่ส่งเข้ามาให้เทรดเดอร์มองเห็นได้จากฝั่งเสนอซื้อ เสนอขายหรือจากการจับคู่คำสั่ง ซื้อขายที่เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณที่เร็วที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วสัญญาณดังกล่าวยังไม่สามารถบอกทิศทางได้อย่างแม่นยำ แต่เมื่อเรานำข้อมูลการซื้อขายที่เกิดขึ้น นำมาพล็อตเป็นรูปกราฟในช่วงเวลาที่สามารถบอกทิศทางภายในวันได้ ความแม่นยำก็จะเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ

 

รูปกราฟที่เกิดขึ้น เราสามารถกำหนดให้แสดงผลเป็นรูปกราฟแท่งเทียน ซึ่งอาจกำหนดให้แสดงผลในทุกๆ 5 นาที, 15 นาที, หรือ 20 นาที ขึ้นอยู่กับความต้องการที่จะนำไปใช้งาน และเมื่อสิ้นสุดวัน เราก็ยังสามารถนำข้อมูลราคาเปิด, ราคาปิด, ราคาสูงสุด, ราคาต่ำสุดมาพล็อตเป็นกราฟวันได้ และเมื่อนำข้อมูลในแต่ละวันมาพล็อตเรียงต่อกันก็จะทำให้เกิดเป็นรูปกราฟที่สามารถบอกทิศทางหรือแนวโน้มได้เป็นอย่างดี ซึ่งอาจบอกแนวโน้มระยะสั้น, แนวโน้มระยะกลาง, แนวโน้มระยะยาว โดยขึ้นอยู่กับจำนวนวันหรือระยะเวลาที่นักลงทุนแต่ละท่านสนใจ

 

คีย์ที่สำคัญก็คือในขณะที่ราคาหุ้นกำลังดำเนินตามแนวโน้มต่อไปเรื่อย ๆ นั้น ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแนวโน้มเกิดขึ้น จะมีการส่งสัญญาณออกมาผ่านไปยังลักษณะของแท่งเทียนที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นจุดสังเกตของการเปลี่ยนแนวโน้ม โดยแท่งเทียน แต่ละแท่งที่แสดงให้เห็นจะมีความหมายแตกต่างกันขึ้นอยู่ กับลักษณะของแท่งเทียนนั้นๆ ความสำคัญมากน้อยก็จะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าลักษณะของแท่งเทียนดังกล่าวเกิดขึ้นในบริเวณไหนของรูปกราฟ และจำนวนแท่งเทียนที่เกิดขึ้นที่สามารถอ่านค่าได้ เช่น One day patterns, Two day patterns, Three day patterns, Four day patterns, หรือ More day patterns ในบริเวณตำแหน่งของการวกกลับของแนวโน้ม (Bullish Pattern, Bearish Pattern, Other Patten)

 

Main Menu